7.10.13
D i s c r i m i n a t i o n
discrimination การเลือกปฏิบัติ [รัฐศาสตร์ ๑๗ ส.ค. ๒๕๔๔]
ในยุคสมัยนี้การเลือกปฏิบัติยังคงมีให้เราเห็นได้ทั่วไป คนเรามักจะมีบรรทัดฐานส่วนตนที่ใช้เป็นข้อตัดสินว่าเราจะปฏิบัติกับใครอย่างไร พร้อมทั้งหาเหตุผลมารองรับให้มันกลายเป็นสิ่งที่สมควรแก่เหตุขึ้นมาซะอย่างนั้น เท่าที่เราพบได้ทั่วไปการเลือกปฏิบัติกับคนที่แตกต่างออกไปจากพวกเป็นสิ่งที่พบเห็นกันได้บ่อยที่สุดอย่างที่หาสาเหตุไม่ได้แน่ชัด เราอาจจะโทษชะตาฟ้าดินเอาได้ดื้อๆว่าคนที่ต่างออกไปซวยเอง โชคร้ายที่เกิดมาต่างจากใครเขาหรืออาจจะไม่ได้แตกต่างมาแต่เกิด หากเพียงเขาเลือกที่จะไม่เหมือนใครเอง และมันเป็นเรื่องที่ใครก็ช่วยไม่ได้ที่เขาต้องพบเจอในสิ่งที่กำลังเผชิญเฉกเช่นทุกวันนี้
ฉันเองไม่ใช่คนดีเด่อะไรนักและมักบอกใครๆรอบข้างอยู่เสมอว่าตัวกูนี้เลวเพียงใด หากแต่ฉันจะมีความดีอะไรที่พอจะหลงเหลืออยู่สักอย่างสองอย่างก็คงจะเป็นในเรื่องความพยายามที่จะไม่เลือกปฏิบัตินี่แหละ แต่ก่อนอื่นเราคงต้องมาจำกัดความถึงการเลือกปฏิบัติก่อนนะเพื่อที่จะได้เข้าใจตรงกัน ทั้งฉันคนเขียนและคุณคนอ่าน การเลือกปฏิบัติที่ฉันกำลังพูดถึง ไม่ได้หมายถึงการลำเอียงเล็กๆน้อยๆในกลุ่มเพื่อน เช่นสนิทกับคนไหนมากกว่าก็ให้ของขวัญวันเกิด ปีใหม่ หรือเทศกาลลิงถีบอะไรก็ตามในมูลค่างบที่สูงกว่าเพื่อนคนอื่น หากแต่เป็นเรื่องที่ซีเรียสกว่านั้นเยอะ อย่างเช่น การเลือกปฏิบัติทางเพศ การเลือกปฏิบัติผ่านการเหยียดเชื้อชาติ การเลือกปฏิบัติทางศาสนา และอะไรอีกมากมายหลายอย่างชนิดที่หลายๆคนคาดไม่ถึงว่าจะได้พบพานในโลกอันฟอนเฟะของเรานี้
ด้วยความที่ฉันรับไม่ค่อยได้กับเรื่องพรรค์นี้ ฉันจึงพยายามอยู่ตลอดมาในการที่จะลดการเลือกปฏิบัติในสังคมลงไม่ทางตรงก็ทางอ้อม หลายๆครั้งที่ฉันได้พบเจอคนใกล้ตัวมีทัศนคติที่ผิดเพี้ยนบิดเบี้ยวในการเลือกปฏิบัติ หลายคนยังคงมีความเห็นว่าตราบใดที่เราล้อเลียนปมทางเชื้อชาติหรือสีผิวของใครสักคนกันในกลุ่มคนสนิทของตนเองเป็นเรื่องที่ทำได้อย่างปกติ และไม่ใช่เรื่องที่สมควรต้องสำนึกผิดอะไรเลย คำพูดที่หลุดออกมาจากปากแสดงถึงสิ่งที่คิดในหัวและความรู้สึกที่อยู่ในใจ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าความรู้สึกดีๆที่ฉันเคยมอบให้เจ้าของคำพูดคนนั้นลดลงจากเดิมเกือบครึ่งใจ
นับตั้งแต่นั้น ผ่านมาแล้วสามปี เหตุการณ์ที่โต๊ะอาหารวันนั้นยังคงสะท้อนภาพชัดในหัว ฉันเฝ้าแต่คิดว่าความเห็นแก่ตัวชนิดไหนกันหนอที่ทำให้คนเราเข้าใจว่าการล้อเลียนปมผู้อื่นโดยที่ไม่ได้กระทำต่อหน้าเจ้าตัวไม่ใช่เรื่องผิด จะว่าเห็นแก่ตัวอยากจะเล่นสนุกสนานมันก็ยังไม่ใช่ หรือเพราะเขายังไม่เคยเป็นฝ่ายถูกกระทำ ยังไม่เคยโดนเข้ากับตัวเองเลยไม่รู้ซึ้ง ไม่รู้สึก แต่ฉันก็ไม่คิดว่าคนที่กระทำการแบบนี้จะเป็นคนที่มีความรู้สึกรู้สมหรือเอาใจเขามาใส่ใจเราอะไรนัก พอถึงเวลาที่เขาเป็นฝ่ายถูกกระทำบ้าง เขาก็อาจจะแค่ยักไหล่แล้วเดินจากไป ง่ายๆอย่างนั้นเลย
เหตุการณ์ครั้งนั้นเป็นครั้งที่ทำให้ฉันมีความรู้สึกเกี่ยวกับเรื่องนี้แรงที่สุด และมันทำให้ฉันตั้งปณิธาณกับตัวเองเลยว่าหากมีคนไหนในชีวิตของฉันเป็นคนที่มีทัศนคติเพิกเฉยต่อการเลือกปฏิบัติและเหยียดเพื่อนมนุษย์ และไม่คิดที่จะปรับปรุงตัวหลังจากได้รับคำเตือนจากฉัน ฉันพร้อเสมอที่จะตัดคนผู้นั้นออกไปจากวงจรชีวิตของฉันอย่างถาวร รวมทั้งคนใหม่ๆที่เพิ่งได้รู้จักก็เช่นกัน ถ้าเป็นคนแบบนั้นละก็ ฉันจะไม่ต้อนรับเขาเข้าสู่วงจรชีวิตของฉันอย่างแน่นอน สำหรับใครที่รู้จักฉันและกำลังอ่านโพสท์อยู่ตอนนี้ ถ้าคุณเข้าข่ายมีพฤติกรรมอันน่ารังเกียจดังกล่าว รบกวนพิจารณาตัวเองด้วย ก่อนที่เราจะโบกมือบ๊ายบายกลายเป็นคนเคยรู้จักไปตลอดกาล
Subscribe to:
Post Comments (Atom)





0 comments:
Post a Comment