การกระทำใดที่แสดงให้เห็นว่าเพศหญิงมีคุณค่า
ก. รักนวลสงวนตัว
ข. แต่งตัวทันสมัย
ค. มีความถือตัว
ง. มีรูปร่างดี
ฉันไม่คิดว่าฉันจะตอบแบบฝึกหัดข้อนี้ได้ถูกเลย สำหรับฉันแล้วคำถามข้อนี้ไม่มีคำตอบใดถูกเลยสักข้อเดียว หากจะตอบแบบเอาใจคนเขียนตำรา เอาใจครูผู้สอน หรือตอบแบบใช้ไหวพริบเพื่อให้ได้มาซึ่งคะแนน ก็สมควรจะตอบข้อ ก. รักนวลสงวนตัว แต่เฮ้ ผู้หญิงที่แต่งตัวทันสมัย ผู้หญิงที่มีความถือตัว และผู้หญิงที่มีรูปร่างดี ไม่ใช่ผู้หญิงที่มีคุณค่าหรืออย่างไร ผู้หญิงทุกคนบนโลกนี้ล้วนแต่มีคุณค่าในตัวของตัวเองทั้งสิ้น แล้วแบบฝึกหัดนี้กำลังยัดเยียดมุมมองที่ผิดๆแบบไหนให้กับเยาวชนของเรา
ฉันไม่แน่ใจว่าค่านิยมที่ยกย่องผู้หญิงที่รักนวลสงวนตัวนั้นมีมาตั้งแต่เมื่อไหร่ในสังคมไทย ฉันไม่ปฏิเสธว่าการรักนวลสงวนตัวมันเป็นสิ่งที่ดี ถึงฉันจะไม่เห็นด้วยและไม่มีความคิดว่าตัวเองรวมทั้งลูกหลานที่เป็นผู้หญิงของฉันจะต้องปฏิบัติก็ตาม ฉันรู้สึกได้อย่างชัดเจนเลยว่าค่านิยมตัวนี้ไม่ได้เพียงแต่จะยกย่องผู้หญิงที่รักนวลสงวนตัวอย่างเกินเหตุเท่านั้น แต่มันยังกดค่าของผู้หญิงประเภทที่ไม่รักนวลสงวนตัวหรือไม่เห็นความจำเป็นของค่านิยมนี้ให้ต่ำลงอีกด้วย
ความจริงฉันอยากจะเรียกสิ่งนี้ว่า "ข้านิยม" เสียมากกว่า ทำไมน่ะเหรอ เพราะว่าการที่เราตัดสินสิ่งใดสิ่งหนึ่งตามอำเภอใจแล้วเที่ยวบอกเที่ยวสั่งใครต่อใครว่านี่คือสิ่งที่ดี คือสิ่งที่ทุกคนต้องทำตาม เพราะเราเลือกแล้วว่ามันดี ใครที่ไม่ทำตามคือแย่ คือใช้ไม่ได้ เราทำมันเพียงเพราะเรา "นิยม" ในสิ่งนั้นๆ เห็นว่ามันดีงามไปเอง และเราก็ไปบังคับให้คนอื่นเชื่อในแบบที่เราเชื่อ รวมทั้งส่งต่อความเชื่ออันบิดเบี้ยวนี้ต่อกันมาหลายชั่วอายุคน มันไม่ใช่ "คุณค่า" ที่น่า "นิยม" มันเป็นเพียงแค่ "ข้า" นิยมในสิ่งๆนั้น "ข้า" เลือกแล้วว่ามันดี มันถูก มันควร เพราะฉะนั้น "เอ็ง" ต้อง "นิยม" ในสิ่งนั้นตาม "ข้า" กระบวนการทั้งหมดก็เป็นเช่นนี้ มันเป็นเพียงแค่กระบวนการล้างสมองแบบฝังหัวที่ถ่ายทอดกันมาชั่วนาตาปี ที่ฉันก็ไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดหยุดลงเมื่อไหร่
ถ้าสิ่งที่ฉันคิดหรือกำลังจะพูดต่อไปในนี้จะทำให้ใครหลายคนที่ได้อ่านได้รับรู้มองเห็นฉันเป็นคนที่มีความคิด "ดัดจริตแบบฝรั่ง" ฉันก็หาได้แคร์ไม่ เพราะฉันรู้ว่าฉันเป็นใคร คิดอะไร และฉันก็เป็นของฉันแบบนี้มาตั้งโกฏิปีแล้วด้วย สำหรับฉันแล้วไม่มีสิ่งไหนหรืออะไรที่จะใช้ตัดสินหรือวัดค่าของคนเราได้ ไม่ว่าคนๆนั้นจะเป็นเพศไหนก็ตาม คนที่กำลังตัดสินว่าผู้หญิงคนไหนมีค่าสูงส่งหรือด้อยค่ากว่ากันด้วยบรรทัดฐานบางอย่างนั้น นับว่าเป็นการกระทำที่แสดงออกถึงความคิดอันตื้นเขินอย่างที่สุด เขาพวกนั้นรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับ "คุณค่า" ของความเป็นมนุษย์ ที่ไม่ว่าจะยากดีมีจน ไม่ว่าจะเพศพันธุ์ หรือสีผิวไหนๆล้วนมีอยู่ในตัวทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน สิ่งที่ทำให้คนเรานั้นแตกต่างกันก็มีเพียงแค่สิ่งแวดล้อม ความคิด การตัดสินใจ อาจจะรวมทั้งโชคชะตาอีกนิดหน่อยเท่านั้นแหละ ที่จะเสกสรรปั้นแต่งให้แต่ละชีวิตบนโลกนี้ดำเนินในครรลองที่แตกต่างกันไป หาใช่มาจากการเอา "ข้านิยม" ของใครบางคนมาตัดสินชี้ชะตา หรือในบางครั้งเราจะเรียกมันว่า "ตราหน้า" ก็ยังได้ เมื่อชีวิตของคนหนึ่งถูกใครอีกคนหรือหลายคนตราหน้า สิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนั้นอาจจะกลายเป็น "ตราบาป" ไปเลยก็ได้
หลายๆครั้งที่มีคนออกมาวิพากย์วิจารณ์ถึงความเป็นไปในสังคมเช่น ปัญหาของเด็กเก็บแต้ม จะต้องมีคนกลุ่มหนึ่งที่ดาหน้ากันมาตัดสินว่าเด็กสก๊อยล่าแต้มนั้นช่างมีคุณค่าความเป็นผู้หญิงต่ำเตี้ยเรี่ยดินซะเหลือเกิน แต่สำหรับฉันแล้วน้องนางสก๊อยล่าแต้มพวกนี้ก็ไม่เห็นจะด้อยค่ากว่าเด็กเรียนผู้ไม่ประสีประสาต่อโลก หรือเด็กหลังห้องที่เป็นโอตาคุและหลงใหลการแต่งคอสเพลย์ หรือแม้แต่เด็กคอนแวนต์ที่เป็นติ่งเกาหลีตรงไหนเลย เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับชีวิตของพวกเธอก็มาจากการเติบโตมาในสภาพแวดล้อมและสังคมที่แตกต่างกัน ที่มันหล่อหลอมให้คนเรามีกระบวนการคิดและตัดสินใจที่แตกต่างกันก็เท่านั้น หาใช่มิเตอร์บ่งชี้วัดค่าความเป็นคนที่ดีหรือผู้หญิงที่ดี
การตัดสินคนอื่นด้วย "ข้านิยม" แบบนี้นับว่าเป็นการกระทำที่ตื้นเขินและใจร้ายอย่างที่สุด คนที่เที่ยวชี้นิ้วติดสันคุณค่าของคนอื่น มันผู้นั้นแหละคือคนที่สมควรได้รับการตัดสินและลงโทษเป็นที่สุด และหากจะต้องหากันว่าใครคือคนที่มีคุณค่าน้อยที่สุด ฉันว่าประดาคนที่ชอบตัดสินคนอื่นนี้แหละที่มีคุณค่าในตัวเองน้อยกว่าใคร




0 comments:
Post a Comment