ฉันเชื่อว่าผู้หญิงอย่างเราๆ คงจะมีร้านทำผมเจ้าประจำ ที่ตั้งอยู่ในย่านที่พักอาศัยของตนเองกัน
แทบทุกคน ฉันเองก็มี ร้านทำผมประเภทที่ว่านี้ อาจจะไม่ใช่ร้านที่ใหญ่โตโอ่อ่า มีสไตลิสท์มาก
หน้าหลายตา มีผลิตภัณฑ์ระดับซาลอนไว้บริการแต่อย่างใด แต่มันเป็นแค่เพียงร้านทำผมดาดๆที่
คุณจะพบได้ตามซอกซอยย่านชุมชน ที่คนชั้นกลางอย่างเราๆอาศัยกัน เป็นร้านทำผมหน้าตา
ธรรมดาๆ ที่มีบริการสระไดร์ ตัดซอย อบไอน้ำ ดัด ยืดหรือทำสี รวมไปถึงทำเล็บด้วยยาทาเล็บสี
สะเหล่อๆขวดละไม่กี่สิบบาท กับน้ำยาล้างเล็บที่กลิ่นฉุนเสียดแทงเข้าไปถึงเนื้อเยื่อโพรงจมูก
สนนราคาค่าบริการก็ไม่ได้แพงอะไรมาก เรียกว่าเอากำรี้กำไรแค่พออยู่ได้แบบสบายๆ
ร้านทำผมเจ้าประจำของฉันนี้ ตั้งอยู่ในซอยใหญ่ ใช้เวลาเดินจากบ้านไปแค่ประมาณไม่เกินห้านา
ทีก็ถึง เป็นร้านที่กินเนื้อที่แค่ตึกแถวคูหาเดียวเท่านั้น ร้านมีชื่อว่า ร้านเสริมสวยปู ชื่อที่ถูกตั้งขึ้น
แบบพื้นๆ สื่อความให้เข้าใจง่ายว่าถ้าคุณเหยียบย่างเข้ามาในร้านนี้ คุณคงจะไม่ได้พบกับช่าง
อ็อกเหล็ก พร้อมเปลวไฟเชื่อมที่กระเด็นดังเปรี๊ยะๆ หรือช่างนั่งโป๊วสีรถเป็นแน่ และคุณก็คงจะไม่
ได้พบกับข้าวขาหมูหนังหนามันย่อง ที่กวักมือเรียกเหล่านักชิมน้ำลายสอพวกนั้น เพราะร้านเสริม
สวยปู เป็นร้านทำผมที่บริการทำทุกอย่างเกี่ยวกับหัวกบาลของท่านผู้มีอุปการะคุณ ไม่ว่าจะสระ
ไดร์ ตัด ซอย ยืด ดัด อบไอน้ำ แม้แต่กระทั่งเล็บมือเล็บตีนเขาก็มีบริการแบบเบสิคให้อย่างครบ
ครัน และแน่นอนว่าร้านนี้มีเจ้าของชื่อปู
ถ้าความจำของฉันยังไม่เสื่อมจนเกินไปนัก ร้านนี้เปิดมาตั้งแต่ปี 2008 แล้วเห็นจะได้ ก่อนหน้านั้น
ฉันเองไม่ใช่คนที่เรียกได้ว่ามีร้านทำผมประจำหรือช่างประจำ ฉันชอบแวะเวียนไปลองฝีมือช่างที่
นั่นที่นี่อยู่เรื่อย ร้านไหนคนเขาว่าดี ร้านไหนผ่านตา ราคาไม่แพง ฉันก็ชอบไปลองอยู่บ่อยๆ ขนาด
ว่าฉันดัดผมมาตั้ง 5-6 ครั้งแล้ว ก็ยังไม่เคยซ้ำร้านกันเลย แถมช่วงราคาก็มีตั้งแต่ไม่กี่ร้อยไปถึง
หลักพัน ช่วงปี 2008 นั้นฉันมีทรงผมที่ประจำคือทรงผมดัด แล้วตัดเป็น under cut ข้างใต้ ยามใด
ที่ฉันนึกอยากมีผมตรงสลวยขึ้นมา ฉันก็ได้ร้านเสริมสวยปูนี่แหละเป็นที่พึ่ง พี่ปูเป็นคนที่สระผมฉัน
ได้ถึงใจมาก คือเกาแรงได้ถึงใจพระเดชพระคุณเป็นที่สุด ฉันคงจะเป็นโรคจิตที่ชอบให้คนเกาแรงๆ
เวลาไปสระผมตามร้าน ยิ่งตรงกลางกระหม่อมนะ ฟาดมาเถอะกรงเล็บ ฉันไม่เจ็บหรอก เพราะนั่น
น่ะมันมากทีเดียวละเธอ แถมยังทำหน้าตาเหยเกด้วยความเคลิ้ม จนบางทีคนสระเข้าใจเอาว่าเจ็บ
ด้วยซ้ำ นอกจากนี้พี่ปูก็ยังนำเอาการนวดมาผสมผสานเข้ากับการสระผมด้วย ทำให้รู้สึกสบาย
กบาลอย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งหมดนี้เป็นสาเหตุให้ฉันแวะเวียนไปใช้บริการอยู่บ่อยครั้ง เป็นการคลาย
เครียดอีกทางนึง ที่สนนราคาไม่แพงเลยสำหรับคนเมืองอย่างเราๆ เพียงแค่ 60 บาทเท่านั้น (และ
เชื่อมั้ยว่าเวลาผ่านไปสามปี ราคาขึ้นมาแค่ 20 บาทเท่านั้นเอง) หรือในบางครั้งที่ฉันต้องไปถ่าย
รูปติดบัตรเพื่อแปะเอกสารสำคัญหรือไปงานกลางคืน ร้านพี่ปูก็เป็นที่พึ่งให้ฉันตลอดมา แม้แต่
วันสุดท้ายที่ฉันเหยียบยืนบนแผ่นดินไทย ก่อนที่จะจากลาไกลเพื่อไปโฮบาร์ท เพียงไม่กี่ชม.ก่อน
ขึ้นเครื่อง ฉันก็ยังไปสระเซ็ทส่งท้ายกับพี่เขาเลยนะ แต่ฉันก็ไม่ได้บอกหรอกนะว่าเราคงไม่ได้เจอ
กันอีกเป็นหลายปี ฉันได้แต่เก็บความใจหายเอาไว้เพียงในใจ
จนเมื่อเดือนธันวาปี 2011 ฉันกลับมาไทยแบบถาวร ฉันก็ได้แวะไปสระผมที่ร้านนี้อีก และทันทีที่
ฉันก้าวเข้าร้านไป พี่ปูก็ทักฉันด้วยเสียงเป็นกันเองว่า อ้าว หายไปไหนมาตั้งนานหลายปีเลย นึก
ว่าย้ายไปอยู่ที่อื่นเสียอีก แค่ฉันก็ตอบไปแบบออมคำว่า ค่ะ ไปอยู่ที่อื่นมา จากนั้นฉันก็เดินลิ่วๆ
ไปด้านในเพื่อสระผมกับลูกจ้าง จนบ่ายวันนี้ ฉันแวะเวียนไปที่ร้านอีกครั้ง เพื่อรับบริการผมไดร์
ตรงสลวยอย่างเคย วันนี้ไม่มีใครอยู่ที่ร้าน มีเพียงฉันกับพี่ปูเท่านั้น พี่ปูเป็นคนลงมือสระผมให้ฉัน
เอง ในขณะที่ฉันนอนเคลิ้มๆอยู่นั้น ฉันก็มองไปรอบๆร้าน ทันใดนั้นพี่เขาก็คุยกับฉันว่าร้านรกนิด
นึง พอดีจัดบ้านใหม่ ฉันเหลือบไปเห็นนกฝูงนึงที่ติดไว้ที่ฝาผนังซีกซ้ายมือ ฉันนึกอยากรู้ว่ามันทำ
มาจากอะไร ดูเผินๆเหมือนเซรามิคหรือดินเผาอะไรจำพวกนั้น ติดไว้เต็มเป็นฝูงเลย ในขณะที่
ข้างๆเป็นดอกไม้ที่ทำจากโฟมสีแปร๋นแผ่นบาง อย่างที่มักประดับกันตามชั้นเรียนของเด็กเล็ก มี
อะไรหลายอย่างอยู่ในใจมากมาย ที่อยากจะถาม อยากจะพูด อยากจะบอก แต่ฉันไม่กล้า ทั้งที่
พี่เขาก็ชวนคุยมาก่อนแล้วด้วยซ้ำ
ความจริงก็ตั้งแต่ครั้งก่อนมาแล้ว ที่พี่เขาชวยฉันคุย แต่ฉันไม่คุยตอบ ที่พี่เขาถามว่าฉันหายไป
ไหนมา ฉันไม่กล้าตอบว่าไปเรียนเมืองนอกมา 3 ปี ตอนนั้นมีคนอยู่เยอะ ฉันกลัวว่าใครจะมองว่า
ฉันอวดตัวหรือเปล่านะที่ทำเป็นคุยว่าไปเมืองนอกเมืองนามา หรือฉันก็กลัวว่าถ้ายิ่งเล่าอะไรไป
จะเกิดการซักไม่หยุดจากแขกไม่ได้รับเชิญอีกหลายคน เหมือนกับครั้งหนึ่งที่ฉันเคยไปดัดผมที่
ซาลอนแห่งนึงไม่ไกลบ้านนัก พอช่างผมรู้ว่าฉันเรียนเกษตรฯ ก็ถามฉันใหญ่ว่าเคยเรียนกับบุ๋ม-
ปนัดดามั้ย และอะไรอีกมากมาย ในใจฉันนึกว่า กูก็รู้แค่ว่าชีเคยเป็นอาจารย์ เคยสอนที่ศรีราชา
แต่จะสอนวิชาอะไร คณะไหน สอนนานมั้ย กี่ปี สอนดีมั้ย กูไม่เคยรู้เลย เพราะกูเรียนบางเขนไม่ได้
เรียนที่โน่น แล้วมึงจะมาถามหาสวรรค์วิมานอะไรจากกูนี้เล่า เมื่อเป็นดังนี้แล้ว ทำให้ฉันไม่ค่อย
กล้าที่จะเริ่มบทสนทนากับใครก่อน หรือแม้แต่ต่อยอดบทสนทนาที่มีคนเกริ่นนำไว้เรียบร้อยแล้ว
ได้แต่ปล่อยให้มันลอยเคว้ง จนหายวับไปเองในอากาศ ปล่อยให้ผนังน้ำแข็งบางๆก่อตัวขึ้นระ
หว่างฉันกับพี่ปู
ฉันคงหลีกเลี่ยงความจริงที่ว่าฉันเป็นคนพูดน้อยมาก ถึงไม่พูดเลย (ถ้าไม่จำเป็น) เมื่อต้องอยู่กับ
คนที่ไม่สนิทไปไม่ได้ แต่ฉันคิดว่าฉันคงจะต้องพยายามทำอะไรมากขึ้น เพื่อทะลายกำแพงน้ำแข็ง
อันนี้ ให้มันเบาบางลง จนหมดไปได้ในสักวัน ฉันจะลองเริ่มต้นกับใครที่อยู่รอบๆตัวนี่แหละ ไม่ว่า
จะเป็นป้าร้านตามสั่งที่อยู่ถัดไปสามหลัง พี่ร้านมินิมาร์ทที่อพาร์ทเมนท์ฝั่งตรงข้ามบ้าน รวมทั้งพี่ปู
เอง ครั้งหน้าที่ฉันจะแวะไปใช้บริการร้านเสริมสวยปู ฉันคงจะพูดให้มากขึ้น ถามให้มากขึ้น ชวน
คุยให้มากขึ้น เพื่อจะได้ทำลายผนังน้ำแข็งที่กั้นกลางระหว่างพี่ปูกับฉันออกไปเสียที
แทบทุกคน ฉันเองก็มี ร้านทำผมประเภทที่ว่านี้ อาจจะไม่ใช่ร้านที่ใหญ่โตโอ่อ่า มีสไตลิสท์มาก
หน้าหลายตา มีผลิตภัณฑ์ระดับซาลอนไว้บริการแต่อย่างใด แต่มันเป็นแค่เพียงร้านทำผมดาดๆที่
คุณจะพบได้ตามซอกซอยย่านชุมชน ที่คนชั้นกลางอย่างเราๆอาศัยกัน เป็นร้านทำผมหน้าตา
ธรรมดาๆ ที่มีบริการสระไดร์ ตัดซอย อบไอน้ำ ดัด ยืดหรือทำสี รวมไปถึงทำเล็บด้วยยาทาเล็บสี
สะเหล่อๆขวดละไม่กี่สิบบาท กับน้ำยาล้างเล็บที่กลิ่นฉุนเสียดแทงเข้าไปถึงเนื้อเยื่อโพรงจมูก
สนนราคาค่าบริการก็ไม่ได้แพงอะไรมาก เรียกว่าเอากำรี้กำไรแค่พออยู่ได้แบบสบายๆ
ร้านทำผมเจ้าประจำของฉันนี้ ตั้งอยู่ในซอยใหญ่ ใช้เวลาเดินจากบ้านไปแค่ประมาณไม่เกินห้านา
ทีก็ถึง เป็นร้านที่กินเนื้อที่แค่ตึกแถวคูหาเดียวเท่านั้น ร้านมีชื่อว่า ร้านเสริมสวยปู ชื่อที่ถูกตั้งขึ้น
แบบพื้นๆ สื่อความให้เข้าใจง่ายว่าถ้าคุณเหยียบย่างเข้ามาในร้านนี้ คุณคงจะไม่ได้พบกับช่าง
อ็อกเหล็ก พร้อมเปลวไฟเชื่อมที่กระเด็นดังเปรี๊ยะๆ หรือช่างนั่งโป๊วสีรถเป็นแน่ และคุณก็คงจะไม่
ได้พบกับข้าวขาหมูหนังหนามันย่อง ที่กวักมือเรียกเหล่านักชิมน้ำลายสอพวกนั้น เพราะร้านเสริม
สวยปู เป็นร้านทำผมที่บริการทำทุกอย่างเกี่ยวกับหัวกบาลของท่านผู้มีอุปการะคุณ ไม่ว่าจะสระ
ไดร์ ตัด ซอย ยืด ดัด อบไอน้ำ แม้แต่กระทั่งเล็บมือเล็บตีนเขาก็มีบริการแบบเบสิคให้อย่างครบ
ครัน และแน่นอนว่าร้านนี้มีเจ้าของชื่อปู
ถ้าความจำของฉันยังไม่เสื่อมจนเกินไปนัก ร้านนี้เปิดมาตั้งแต่ปี 2008 แล้วเห็นจะได้ ก่อนหน้านั้น
ฉันเองไม่ใช่คนที่เรียกได้ว่ามีร้านทำผมประจำหรือช่างประจำ ฉันชอบแวะเวียนไปลองฝีมือช่างที่
นั่นที่นี่อยู่เรื่อย ร้านไหนคนเขาว่าดี ร้านไหนผ่านตา ราคาไม่แพง ฉันก็ชอบไปลองอยู่บ่อยๆ ขนาด
ว่าฉันดัดผมมาตั้ง 5-6 ครั้งแล้ว ก็ยังไม่เคยซ้ำร้านกันเลย แถมช่วงราคาก็มีตั้งแต่ไม่กี่ร้อยไปถึง
หลักพัน ช่วงปี 2008 นั้นฉันมีทรงผมที่ประจำคือทรงผมดัด แล้วตัดเป็น under cut ข้างใต้ ยามใด
ที่ฉันนึกอยากมีผมตรงสลวยขึ้นมา ฉันก็ได้ร้านเสริมสวยปูนี่แหละเป็นที่พึ่ง พี่ปูเป็นคนที่สระผมฉัน
ได้ถึงใจมาก คือเกาแรงได้ถึงใจพระเดชพระคุณเป็นที่สุด ฉันคงจะเป็นโรคจิตที่ชอบให้คนเกาแรงๆ
เวลาไปสระผมตามร้าน ยิ่งตรงกลางกระหม่อมนะ ฟาดมาเถอะกรงเล็บ ฉันไม่เจ็บหรอก เพราะนั่น
น่ะมันมากทีเดียวละเธอ แถมยังทำหน้าตาเหยเกด้วยความเคลิ้ม จนบางทีคนสระเข้าใจเอาว่าเจ็บ
ด้วยซ้ำ นอกจากนี้พี่ปูก็ยังนำเอาการนวดมาผสมผสานเข้ากับการสระผมด้วย ทำให้รู้สึกสบาย
กบาลอย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งหมดนี้เป็นสาเหตุให้ฉันแวะเวียนไปใช้บริการอยู่บ่อยครั้ง เป็นการคลาย
เครียดอีกทางนึง ที่สนนราคาไม่แพงเลยสำหรับคนเมืองอย่างเราๆ เพียงแค่ 60 บาทเท่านั้น (และ
เชื่อมั้ยว่าเวลาผ่านไปสามปี ราคาขึ้นมาแค่ 20 บาทเท่านั้นเอง) หรือในบางครั้งที่ฉันต้องไปถ่าย
รูปติดบัตรเพื่อแปะเอกสารสำคัญหรือไปงานกลางคืน ร้านพี่ปูก็เป็นที่พึ่งให้ฉันตลอดมา แม้แต่
วันสุดท้ายที่ฉันเหยียบยืนบนแผ่นดินไทย ก่อนที่จะจากลาไกลเพื่อไปโฮบาร์ท เพียงไม่กี่ชม.ก่อน
ขึ้นเครื่อง ฉันก็ยังไปสระเซ็ทส่งท้ายกับพี่เขาเลยนะ แต่ฉันก็ไม่ได้บอกหรอกนะว่าเราคงไม่ได้เจอ
กันอีกเป็นหลายปี ฉันได้แต่เก็บความใจหายเอาไว้เพียงในใจ
จนเมื่อเดือนธันวาปี 2011 ฉันกลับมาไทยแบบถาวร ฉันก็ได้แวะไปสระผมที่ร้านนี้อีก และทันทีที่
ฉันก้าวเข้าร้านไป พี่ปูก็ทักฉันด้วยเสียงเป็นกันเองว่า อ้าว หายไปไหนมาตั้งนานหลายปีเลย นึก
ว่าย้ายไปอยู่ที่อื่นเสียอีก แค่ฉันก็ตอบไปแบบออมคำว่า ค่ะ ไปอยู่ที่อื่นมา จากนั้นฉันก็เดินลิ่วๆ
ไปด้านในเพื่อสระผมกับลูกจ้าง จนบ่ายวันนี้ ฉันแวะเวียนไปที่ร้านอีกครั้ง เพื่อรับบริการผมไดร์
ตรงสลวยอย่างเคย วันนี้ไม่มีใครอยู่ที่ร้าน มีเพียงฉันกับพี่ปูเท่านั้น พี่ปูเป็นคนลงมือสระผมให้ฉัน
เอง ในขณะที่ฉันนอนเคลิ้มๆอยู่นั้น ฉันก็มองไปรอบๆร้าน ทันใดนั้นพี่เขาก็คุยกับฉันว่าร้านรกนิด
นึง พอดีจัดบ้านใหม่ ฉันเหลือบไปเห็นนกฝูงนึงที่ติดไว้ที่ฝาผนังซีกซ้ายมือ ฉันนึกอยากรู้ว่ามันทำ
มาจากอะไร ดูเผินๆเหมือนเซรามิคหรือดินเผาอะไรจำพวกนั้น ติดไว้เต็มเป็นฝูงเลย ในขณะที่
ข้างๆเป็นดอกไม้ที่ทำจากโฟมสีแปร๋นแผ่นบาง อย่างที่มักประดับกันตามชั้นเรียนของเด็กเล็ก มี
อะไรหลายอย่างอยู่ในใจมากมาย ที่อยากจะถาม อยากจะพูด อยากจะบอก แต่ฉันไม่กล้า ทั้งที่
พี่เขาก็ชวนคุยมาก่อนแล้วด้วยซ้ำ
ความจริงก็ตั้งแต่ครั้งก่อนมาแล้ว ที่พี่เขาชวยฉันคุย แต่ฉันไม่คุยตอบ ที่พี่เขาถามว่าฉันหายไป
ไหนมา ฉันไม่กล้าตอบว่าไปเรียนเมืองนอกมา 3 ปี ตอนนั้นมีคนอยู่เยอะ ฉันกลัวว่าใครจะมองว่า
ฉันอวดตัวหรือเปล่านะที่ทำเป็นคุยว่าไปเมืองนอกเมืองนามา หรือฉันก็กลัวว่าถ้ายิ่งเล่าอะไรไป
จะเกิดการซักไม่หยุดจากแขกไม่ได้รับเชิญอีกหลายคน เหมือนกับครั้งหนึ่งที่ฉันเคยไปดัดผมที่
ซาลอนแห่งนึงไม่ไกลบ้านนัก พอช่างผมรู้ว่าฉันเรียนเกษตรฯ ก็ถามฉันใหญ่ว่าเคยเรียนกับบุ๋ม-
ปนัดดามั้ย และอะไรอีกมากมาย ในใจฉันนึกว่า กูก็รู้แค่ว่าชีเคยเป็นอาจารย์ เคยสอนที่ศรีราชา
แต่จะสอนวิชาอะไร คณะไหน สอนนานมั้ย กี่ปี สอนดีมั้ย กูไม่เคยรู้เลย เพราะกูเรียนบางเขนไม่ได้
เรียนที่โน่น แล้วมึงจะมาถามหาสวรรค์วิมานอะไรจากกูนี้เล่า เมื่อเป็นดังนี้แล้ว ทำให้ฉันไม่ค่อย
กล้าที่จะเริ่มบทสนทนากับใครก่อน หรือแม้แต่ต่อยอดบทสนทนาที่มีคนเกริ่นนำไว้เรียบร้อยแล้ว
ได้แต่ปล่อยให้มันลอยเคว้ง จนหายวับไปเองในอากาศ ปล่อยให้ผนังน้ำแข็งบางๆก่อตัวขึ้นระ
หว่างฉันกับพี่ปู
ฉันคงหลีกเลี่ยงความจริงที่ว่าฉันเป็นคนพูดน้อยมาก ถึงไม่พูดเลย (ถ้าไม่จำเป็น) เมื่อต้องอยู่กับ
คนที่ไม่สนิทไปไม่ได้ แต่ฉันคิดว่าฉันคงจะต้องพยายามทำอะไรมากขึ้น เพื่อทะลายกำแพงน้ำแข็ง
อันนี้ ให้มันเบาบางลง จนหมดไปได้ในสักวัน ฉันจะลองเริ่มต้นกับใครที่อยู่รอบๆตัวนี่แหละ ไม่ว่า
จะเป็นป้าร้านตามสั่งที่อยู่ถัดไปสามหลัง พี่ร้านมินิมาร์ทที่อพาร์ทเมนท์ฝั่งตรงข้ามบ้าน รวมทั้งพี่ปู
เอง ครั้งหน้าที่ฉันจะแวะไปใช้บริการร้านเสริมสวยปู ฉันคงจะพูดให้มากขึ้น ถามให้มากขึ้น ชวน
คุยให้มากขึ้น เพื่อจะได้ทำลายผนังน้ำแข็งที่กั้นกลางระหว่างพี่ปูกับฉันออกไปเสียที




0 comments:
Post a Comment