ในช่วงเวลากว่าสิบปีที่ผ่านมา มีคำอยู่คำนึงที่กลายเป็นกระแสของสังคมไทย ทั้งในบริบทของวงการเพลง วงการแฟชั่น และแม้แต่ไลฟ์สไตล์ พวกเราเรียกมันว่า "อินดี้" และจนถึงทุกวันนี้ยังเป็นที่ถกเถียงกันในนักฟังเพลงหลายกลุ่มว่าแท้จริงแล้วเพลงอินดี้คืออะไร ต้องมีส่วนประกอบอะไรบ้างถึงจะเข้าข่ายศิลปินอินดี้ การถกกันในหัวข้อนี้ก็มักพบได้บ่อยตามเวบบอร์ดชื่อดังอันดับต้นๆของเมืองไทย
เราคงจะไม่ดูเป็นคนหลงตัวเองจนเกินไป ถ้าจะบอกว่าเคยมีคนหลายคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตให้คำนิยามเราว่าเป็นคนที่ "อินดี้" คนหนึ่ง หรือใครหลายคนอาจจะเรียกว่า "แนว" หรืออะไรอย่างอื่นๆอีกก็แล้วแต่สะดวกปาก แต่เชื่อมั้ย เรากลับไม่ได้ภูมิใจเลย ที่ได้รับการขนานนามแบบนั้น ไม่เคยรู้สึกว่ามันเป็นคำยกย่อง ไม่เคยรู้สึกว่าได้รับคำชม ตรงกันข้าม คำๆนี้กลับทำให้เรารู้สึกว่า เราเป็นคนที่กำลัง "พยายาม" เกินไปหรือเปล่าในการใช้ชีวิต พูดถึงในบริบทของไลฟ์สไตล์และการเลือกเสพย์ผลงานแขนงต่างๆอะนะ เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาเราไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองพยายามอะไรเลย กับสิ่งที่เราเลือก สิ่งที่เราฟัง สิ่งที่เราเห็น และสิ่งที่เราเป็น แต่คำว่า "อินดี้" ที่คนบางคนตีตราให้เราเนี่ยสิ ทำให้เรารู้สึก ไม่สิ ต้องบอกว่าเราคงรู้สึกไปเองว่าตัวเราพยายามซะเหลือเกินที่จะมาอยู่ในจุดนี้ ที่จะเป็นตัวของเราแบบที่เป็นทุกวันนี้
เป็นตัวเองของเรา เป็นแบบไหนน่ะเหรอ ... ใส่เสื้อยืดตัวละ $5 ที่ไม่เคยรีดเลยตั้งแต่ซื้อมา กับกางเกงยีนสกินนี่ที่เดือนกว่าๆจะซักทีและไม่เคยรีดอีกเช่นกัน (ความจริงตัวที่ใส่อยู่ตอนนี้ก็หมักมาเกินปีครึ่งแล้ว) รองเท้าผ้าใบ สะพายกระเป๋าผ้าดิบ ที่ไม่ได้ใช้เพราะอยากจะช่วยลดโลกร้อนอะไรเลย แต่เพราะมันใช้ง่ายและถูก (ซื้อมา $2) ใส่น้ำหอม Versace แต่งหน้าจัด (เกือบ) เต็มด้วยเครื่องสำอางแบรนด์ที่บิวตี้บล็อกเกอร์ในอินเตอร์เนทรีวิวไว้ สวมหูฟัง Skullcandy ฟังเพลงจาก iPod ที่มีตั้งแต่สดใส รุ่งโพธิ์ทอง, บี้ เดอะสตาร์, Arron Carter, Coldplay, Jobim, Ravi Shankar ยันพวกรวมฮิต Buddha Bar อัลบั้มที่ยี่สิบเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ แล้วอะไรอีกดีละ ... ในกระเป๋าพกนิยายของ Murakami หรือบางวันก็พกหนังสือประวัติของ Nick Vujicic วันไหนต่อมบ้าเที่ยวกำเริบก็พกหนังสือเกี่ยวกับการเดินทางท่องเที่ยวเพื่อเสริมแรงบันดาลใจ บางวันขี้เกียจขึ้นมาซะงั้นก็ไม่พกให้หนักกระเป๋า มีก็แต่ลิปมัน ฟิล์มซับหน้า ยาดม กระเป๋าเงิน และแว่นตา ที่โยนๆมันลงไปแบบอีเหละเขละขละ อ้อ บางวันเราใส่คอนแทคเลนส์บิ๊กอายสีเทาด้วยนะ แบรนด์เกาหลีอีกตะหาก ฮ่าๆ
แหล่งที่เราชอบไปเดินชิล แน่นอนว่าต้องเป็นพวกแกลอรี่ศิลปะ ไปดูงานอาร์ทแจ่มๆ แต่หลังจากเลิกล่ะ จะพบตัวเราได้ที่ไหน? คลับเก๋ที่มีดีเจชื่อดังมาเปิดแผ่นนะเหรอ? ไม่เลย .. โอเค อาจจะเป็นบางที แต่หลักๆแล้วคุณจะพบเราได้ที่ซุปเปอร์มาเก็ตใกล้บ้านท่าน และจะเห็นเราเข็นรถเข็นงกๆดูพวกซีเรียลกับมูสลี ไม่ก็เลือกหาวัตถุดิบไปทำมื้อเย็น พอถึงบ้านก็เข้าครัว กินเสร็จแล้วยังไงต่อ ใช่ เราชอบนั่งชิลจิบเบียร์ แต่ไม่ดูดบุหรี่นะ เรานั่งหน้าคอม เปิดดูละครเก่าย้อนหลัง ดูเรื่องอะไรนะหรอ ทัดดาวบุษยา เวอร์ชั่นกบ-สุวนันท์ใส่วิกปลอมเป็นทอม ร้องเจ้าฮะๆ ชงกาแฟให้เอกรัตน์ สารสุข ... นั่งดูมันอยู่อย่างงั้น ไม่ดึกไม่นอน บางวันก็ทำงานยาวหรือไม่ก็อัพบล็อกจนเพลิน ตอนไหนสำเหนียกได้ว่าสมควรแก่เวลาที่จะอาบน้ำ ก็ถึงจะเสด็จไปลงสรงซะหนึ่งที สระกบาลด้วยแชมพู Inecto Coconut นวดด้วยครีมนวดกล้วยของ The Body Shop อาบน้ำด้วยชาวเวอร์เจลกลิ่นหอมๆจากแบรนด์เดียวกัน บางวันต้องขัดตัวด้วยมะขามแม่แสงดีก่อนนะ ถึงจะอาบได้ อาบน้ำเสร็จสรรพแล้ว ก็ล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้าสูตรกันสิวของดร.มนตรี โอ้ววว เรื่องสิวเป็นเรื่องธรรมชาติ ท้ายสุดแปรงฟันด้วยแปรงสีฟันไฟฟ้า Oral-B ที่ทันตแพทย์แนะนำให้ใช้ (ต้องเห็นแค่แผ่นหลังด้วยนะ ไม่รู้หมอฟันพวกนี้หน้ามันเหียกนักหรือไง ถึงไม่กล้าโชว์) คู่กับยาสีฟัน Close Up สูตรฟันขาววิ้งๆ ตบท้ายด้วยน้ำยาบ้วนปาก ... เสร็จกิจในห้องน้ำ มาใส่ชุดนอนแบบเข้าชุดกันของ Wacol ที่พ่อชอบซื้อให้ใส่เพราะมันน่ารัก บางวันก็ใส่โสร่งผู้ชาย made in indonesia กับเสื้อยืดตัวละ $5 แบบที่ชอบซื้อ แล้วก็เข้านอน ... เนี่ยละ ชีวิตแบบหัวมังกุท้ายมังกรของเรา ที่มีใครหลายคนคิดว่ามัน "อินดี้"
และเพราะเราเองไม่ใช่พระเจ้า เราจึงไม่มีอำนาจที่จะไปตัดสินประชาชนอินดี้หน้าไหนได้ ว่าคนไหนอินดี้จริง อินดี้ปลอม แต่ด้วยความเป็นมนุษย์ ที่มีต่อมขี้เม้าท์ซ่อนอยู่ในตัวลึกๆกันทุกคนแหละ ก็ทำให้เราอดสงสัยไม่ได้ ในทุกครั้งที่เห็นมนุษย์เผ่าอินดี้ ว่าใคร born to be หรือเป็นแค่ wanna be กันแน่
22.9.13
Subscribe to:
Post Comments (Atom)




0 comments:
Post a Comment